Open top menu

Select Language

Thursday, June 14, 2018

ปัญหา และทางออก(เสนอต่อรัฐบาล)
กรณีเงินทอนวัด / กรณีข้อหาฟอกเงิน(สำหรับพระผู้ใหญ่ใน มส.) / ทางออกที่เสนอต่อรัฐบาล.


@@@ ปัญหา
@@ กรณีเงินทอนวัด

.
@ พฤติการณ์
เจ้าหน้าที่สำนักพุทธมาติดต่อวัดในเป้าหมาย เสนอว่าจะให้งบต่างๆ อาทิ งบก่อสร้าง พระเห็นชอบ(รวมถึงกรรมการวัด ในบางวัดที่ประชุมเรื่องนี้) เจ้าหน้าที่ฯ ทำเอกสารของบให้พระลงนาม หลังจากพระลงนาม เงินก็เข้าบัญชีวัด
หลังจากเงินเข้าบัญชีวัด เจ้าหน้าที่ฯ คนเดิมก็มาติดต่อกับเจ้าอาวาส อ้างว่า งบที่ให้มานั้น ทั้งจังหวัดได้ไม่กี่วัด แต่เงินนั้นต้องกระจายไปทั้งจังหวัด ดังนั้นจึงขอคืนส่วนใหญ่ไปช่วยวัดอื่นๆ ในจังหวัด (อาทิ โอนมา 3 ล้าน ขอคืน 2.3 ล้านบาท)
บางวัดก็จัดประชุมกรรมการวัด แจ้งเรื่องเจ้าหน้าที่ขอเงินคืน และกรรมการก็เห็นว่าดีกว่าทอดผ้าป่า ทอดกฐิน จึงตกลงยอมให้จ่ายคืน เจ้าอาวาส หรือกรรมการวัดก็ไปทำการถอนเงินมามอบให้เจ้าหน้าที่ฯ คนเดิม ตามที่เจ้าหน้าที่มาขอคืน เจ้าหน้าที่ฯ ก็ไม่ได้นำเงินไปช่วยวัดอื่นแต่ประการใด แต่หลอกเอาเงินจากวัดไปใช้ส่วนตัว
สำหรับพระ รวมถึงกรรมการวัดนั้น อาศัยความเชื่อใจ ความวางใจในความเป็นเจ้าหน้าที่สำนักพุทธ และความเป็นข้าราชการ รวมถึงพระและกรรมการวัดไม่รู้เรื่องระบบการจัดทำเอกสารต่างๆ จึงอาศัยความเชื่อใจเป็นหลัก จึงไม่ได้ทำเอกสารหลักฐานใดๆ ไว้เลย


@ สรุปเงินทอนวัด
พระไม่รู้เรื่องระบบเอกสาร จึงเชื่อเจ้าหน้าที่สำนักพุทธทุกประการ 
สำนักพุทธก็ไม่มีระบบ เจ้าหน้าที่สำนักพุทธ(บางคน) จึงหลอกเอาเงินที่โอนมาเป็นของตนเอง



@@ กรณีข้อหาฟอกเงินของพระผู้ใหญ่ใน มส. (ล๊อตที่ 3)
@ พฤติการณ์

...วัดสามพระยา...จากข้อมูลที่สอบถามมา(ไม่ยืนยัน 100% จนกว่าจะพิสูจน์ได้จริง)
พระพรหมดิลก มีดำริจะสร้างอาคารเพื่อเป็นสถานที่เรียนบาลี/นักธรรม โดยตั้งงบก่อสร้างเป็นเงินรวม 30 ล้านบาท จึงได้ของบดังกล่าวกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ทำการโยกงบจากงบปริยัติสามัญมาให้จำนวน 5 ล้านบาท แต่ระหว่างที่ยังไม่ได้รับเงิน พระพรหมดิลก ก็ดำเนินการก่อสร้างโดยอาศัยเงินบริจาค และเงินของวัดที่มี แต่เพื่อความสะดวกรวดเร็ว เพราะทราบว่าจะได้รับเงินจากสำนักพุทธจำนวน 5 ล้าน จึงทำการยืมเงินจำนวนหนึ่งกับคนที่รู้จัก เพื่อไม่ให้การก่อสร้างสะดุด และเมื่อเงินสำนักพุทธถูกโอนเข้ามาบัญชี ท่านจึงถอนไปใช้หนี้ โดยที่ไม่ได้ทำเอกสารหลักฐานทั้งการกู้ยืมเงิน และหลักฐานการคืนเงินที่กู้ยืมมาแต่ประการใด (ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พระทำกันมาจนเป็นประเพณีนิยม) 
ดังนั้นหลังจากที่มีการโอนเงินมาจากสำนักพุทธ จึงมีแค่การโอนเงินไปคืนเจ้าหนี้เท่านั้น จนเกิดทำให้เข้าใจว่าฟอกเงิน
...วัดสระเกศ...จากข้อมูลที่สอบถามมา(ไม่ยืนยัน 100% จนกว่าจะพิสูจน์ได้จริง)
มหาเถรสมาคม มีมติให้วัดสระเกศ รับผิดชอบการจัดงานวันวิสาขบูชาที่ท้องสนามหลวง เจ้าอาวาส(ไม่แน่ใจว่าองค์ไหน ระหว่างสมเด็จเกี่ยว กับพระพรหมสุธี(เสนาะ) ) เจ้าอาวาสจึงทำเรื่องของบไปยังสำนักพุทธฯ ๆ ก็แจ้งว่า จะทำเรื่องเบิกให้ แต่งบได้ไม่ทันแน่นอน ขอให้ทางวัดสระเกศสำรองเงินของวัดใช้จ่ายไปก่อน หลังจากเงินโอนเข้ามาแล้วก็ถือว่าใช้คืนเงินที่สำรองจ่ายไปก่อน เจ้าอาวาสวัดสระเกศ จึงใช้เงินของวัดจัดงานล่วงหน้า จนกระทั่งเงินที่ขอสำนักพุทธฯ ถูกโอนเข้ามายังวัด ท่านจึงมีความเข้าใจว่า เป็นการชดใช้เงินคืน ที่สำรองจ่ายไปก่อนก็ไม่ได้ทำเป็นเอกสาร การใช้หนี้ที่สำรองจ่ายไปล่วงหน้าก็ไม่ได้ทำเอกสารหลักฐาน วันเวลาผ่านไป พระพรหมสิทธิ ก็ทำการว่าจ้างทำโฆษณาต่างๆ และได้ทำการจ่ายเงินค่าโฆษณาดังกล่าว จนเกิดความเข้าใจผิดว่า ฟอกเงิน 

@ สรุปข้อหาฟอกเงินของพระผู้ใหญ่ใน มส. (ล๊อตที่ 3)
พระไม่รู้เรื่องระบบเอกสาร ใช้ประเพณีปฏิบัติสืบๆ กันมา เงินที่ขออนุมัติจากสำนักพุทธยังไม่มา จึงสำรองจ่ายไปก่อน ยืมผู้อื่นมาก่อน หลังเงินเข้าบัญชี จึงใช้หนี้ที่สำรองจ่าย และใช้หนี้ผู้อื่นที่ยืมมา โดยไม่มีการทำเอกสารใดๆ แต่เพราะอาศัยความเชื่อใจ ไว้ใจ
.
@@@ ทางออก (เสนอต่อรัฐบาล)
เพื่อค้นหาข้อมูลหลักฐานที่แท้จริง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการชุมนุมของชาวพุทธ
เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์อันไม่พึงประสงค์
เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดระหว่างรัฐบาล กับชาวพุทธ
จึงขอเสนอทางออกต่อรัฐบาล คือ



…ข้อเสนอที่ 1 .....
ครม. หรือนายกรัฐมนตรี หรือ หัวหน้า คสช. ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเฉพาะกิจ 1 ชุด ขื่อว่า
“ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการทุจริตจากงบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” 
หรือชื่ออื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม แต่เฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยมีอำนาจหน้าที่ดังนี้
1. ตรวจสอบระบบการจ่ายเงินของสำนักพุทธ และระบบการใช้เงินหลังจากที่วัดได้รับงบต่างๆ
2. สืบสวน สอบสวน เพื่อหาข้อเท็จจริงกรณีการทุจริต
3. ให้มีอำนาจนิมนต์/เชิญ พระและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสืบสวน สอบสวน หาข้อเท็จจริง
4. สรุปข้อมูล นำเสนอต่อรัฐบาล
คณะกรรมการประกอบด้วย
ตัวแทนรัฐบาล ตัวแทนมหาเถรสมาคม ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตัวแทนมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ตัวแทนปปช. ตัวแทนปปง. ตัวแทนตำรวจ ตัวแทนองค์กรพุทธที่เห็นต่างทั้ง 2 ฝ่าย และผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่ง



....ข้อเสนอที่ 2 .....
รัฐบาลเสนอให้ศาลให้ประกันตัวพระผู้ใหญ่ทั้งหมด เพื่อให้ท่านได้หาหลักฐานมาต่อสู้ทางคดี 
และในเบื้องต้นต้องยอมรับการกลับมานุ่งห่มจีวร ด้วยเหตุที่พระผู้ใหญ่ทุกองค์ไม่ได้เปล่งวาจาลาสิกขา เพราะศาลยังไม่ได้ติดสินว่าท่านผิดแต่ประการใด.

ผนึกกำลังชาวพุทธ หยุดภัยคุกคาม
We Are Buddhists
พวกเราคือชาวพุทธ
.
นายกรณ์ มีดี 
เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
14 มิ.ย. 2561
ID Line : kansard01
***comment****

0 ความคิดเห็น

comment2018

UnderArmour

Ads

Different Themes
Written by admin

ข่าวสาร สาระ ความจริงของชีวิต สะท้อนสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง.....

Press