Open top menu

Select Language

Thursday, December 20, 2018

ต่างประเทศ
1. จีนรับแล้ว จับพลเมืองแคนาดาคนที่สามจริง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนได้แถลงข่าวยืนยันการจับกุม สตรีที่มีชื่อว่า ซาราห์ แมคไลเวอร์ (Sarah McIver) พลเมืองแคนาดาจากรัฐแอลเบอร์ตา ด้วยข้อหาเดินทางเข้าเมืองมาทำงานโดยผิดกฎหมาย...

2. จีนจวกสหรัฐออกกฎหมายทิเบต เจตนาจุ้นเรื่องภายใน หลังสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาของสหรัฐมีมติเสียงข้างมากในการประชุมสัปดาห์นี้ อนุมัติกฎหมายว่าด้วย “การเข้าสู่ทิเบต” ซึ่งมีสาระสำคัญคือการให้รัฐบาลปักกิ่ง “เปิดประตูให้กว้างขึ้น” สำหรับนักการทูตและผู้ประกอบธุรกิจของสหรัฐ ตลอดจนนักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าว ในการเดินทางเข้าสู่เขตปกครองตนเองทิเบต
3. รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ "ขอลาออก" พล.อ.เจมส์ แมตทิส จะหมดวาระการดำรงตำแหน่งรมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ สิ้นเดือนก.พ.ปีหน้า โดยการยื่นใบลาออกเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งถอน “ทหารอเมริกันทั้งหมด” ออกจากซีเรีย
4. ผู้นำรัสเซียออกปากเตือนถึงภัยคุกคามด้านสงครามนิวเคลียร์ที่เพิ่มมากขึ้นว่า อาจนำไปสู่ความหายนะของอารยธรรมและทั้งหมดซึ่งอาจหมายถึงโลกของเราก็ได้ โดยตำหนิไปที่ฝ่ายสหรัฐ
5. "เกาหลีเหนือ"ประกาศว่าจะไม่ปลดอาวุธนิวเคลียร์แต่เพียงฝ่ายเดียวจนกว่า"สหรัฐ"จะเลิกคุกคามด้านนิวเคลียร์
6. สภาเดนมาร์กผ่านงบประมาณอนุมัติเปลี่ยนศูนย์วิจัยโรคระบาดบนเกาะกลางทะเล เป็นที่อยู่อาชญากรและผู้ลี้ภัยต่างชาติ รอยเตอร์รายงานว่า Folketing หรือรัฐสภาเดนมาร์กได้อนุมัติแผนงบประมาณประจำปี 2019 ของรัฐบาล ซึ่งหนึ่งในนั้นมีแผนดำเนินการปรับเปลี่ยนศูนย์วิจัยโรคระบาดบนเกาะลินด์โฮล์ม นอกชายฝั่งกลางทะเลนอกคาบสมุทรจัตแลนด์  ให้กลายเป็นสถานที่รองรับกลุ่มผู้อพยพชาวมุสลิม และอาชญากรต่างชาติราว 100 คนที่รัฐบาลเดนมาร์กไม่สามารถผลักดันออกนอกประเทศได้
7. รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ ( ไอดับเบิลยูซี ) เพื่อเตรียมกลับมาล่าวาฬ “เชิงพาณิชย์” อย่างเต็มรูปแบบ
8. แกตวิคหนึ่งในสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดของอังกฤษต้องสั่งระงับเที่ยวบินหลังมีรายงานว่ามีผู้เห็นโดรนจงใจบินเข้ามาเหนือสนามบิน ส่งผลให้ผู้โดยสารกว่า 10,000 คนได้รับความเดือดร้อนไม่กี่วันก่อนถึงคริสต์มาส ซึ่งตำรวจกำลังติดตามล่าตัวผู้ควบคุมโดรนดังกล่าวซึ่งเชื่อว่าเจตนาบินเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของสนามบิน
9. วุฒิสภาสหรัฐอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบางแห่ง หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า "ภาวะชัตดาวน์" แล้ว เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่ง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินงานไปจนถึงวันที่ 8 ก.พ.ปีหน้า โดยไม่ได้พิจารณางบประมาณก่อสร้างกำแพงกั้นระหว่างชายแดนสหรัฐและเม็กซิโก มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐเรียกร้อง
ไต้หวันลงขันช่วยหนุ่มกตัญญู หลับในชนเฟอร์รารี 3 คันรวด เจอค่าซ่อม 12 ล้าน
ชาวไต้หวันแสดงความเห็นใจหนุ่มน้อยคนขยันกตัญญูวัย 20 ปี ที่ขับรถส่งธูปให้แม่ตอนเช้ามืด แต่หลับในรถพุ่งชนเฟอร์รารีที่จอดอยู่ 3 คันรวดเมื่อสุดสัปดาห์ ต้องจ่ายค่าซ่อมรถกว่า 12 ล้านบาท ล่าสุดยอดลงขันช่วยเหลือเพิ่มเป็นเกือบล้านแล้ว
เรื่องราวของเด็กหนุ่มชื่อ หลิน ชินเสียง ได้รับความเห็นใจและจุดประเด็นให้สังคมไต้หวันถกเถียงกันถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม จนนำไปสู่การบริจาคเงินเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของเขา ซึ่งตามรายงานข่าวของบีบีซีระบุว่า คงต้องใช้เวลาถึง 28 ปี หากคำนวณจากเงินรายได้ที่หลินได้เดือนละประมาณ 37,000 บาท เพื่อชดใช้ค่าเสียหายแก่เจ้าของรถซูเปอร์คาร์ 3 คันนี้
หลินออกจากโรงเรียนปีสุดท้ายเพื่อมาช่วยกิจการเล็กๆ ของแม่ ภายหลังพ่อเสียชีวิตเมื่อ 5 ปีก่อน นอกจากช่วยขับรถส่งของให้ร้าน เด็กหนุ่มยังทำงานที่ร้านบาร์บีคิว ในวันเกิดเหตุนั้นหลินเพิ่งออกกะดึกเวลาตี 3 และเมื่อกลับถึงบ้านก็รู้ว่าแม่ไม่สบาย หลินจึงตัดสินใจขับรถส่งของที่วัดใกล้เคียง เพื่อให้ทันใช้สำหรับการเซ่นไหว้
แม่ของหลินบอกว่า เธอตกตะลึงจนพูดไม่ออก แต่ก็บอกลูกว่า อะไรที่เกิดก็แล้วไปแล้ว ครอบครัวจะเผชิญหน้ากับปัญหานี้ด้วยกัน
เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวกันว่า ถึงวันพฤหัสบดีมีประชาชนทั่วไปที่รับรู้ข่าวมากกว่า 100 ราย ช่วยกันบริจาคเงินให้หลินผ่านกองทุนรับบริจาคแล้วอย่างน้อย 814,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 864,600 บาท) ยอดบริจาคมีตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลายแสนบาท บางคนเดินทางด้วยรถบัสหลายชั่วโมงเพื่อนำเงินมามอบให้หลินถึงที่ร้าน ส่วนเพื่อนบ้านละแวกนั้นหลายคนอาสาขับรถส่งของให้พวกเขาด้วย
หลินเผยด้วยว่า หลังเกิดเรื่องเป็นข่าวใหญ่ ครูใหญ่โรงเรียนเก่าของเขาติดต่อมาให้เขากลับเข้าเรียนโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียน แต่เขาต้องช่วยแม่ดูแลร้าน รวมถึงต้องหาเงินเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย จึงต้องหยุดเรื่องเรียนไว้ก่อน เขายังมีพี่ชาย 1 คนซึ่งก็ทำงานเช่นกัน และน้องสาวอีกคนที่กำลังเรียนชั้นมัธยม
นอกจากนี้ ผู้ใช้โซเชียลมีเดียของไต้หวันบางคนเรียกร้องให้เจ้าของรถเฟอร์รารีเห็นใจสภาพของเด็กหนุ่ม ยกโทษให้เขาและไม่คิดค่าเสียหาย แต่มีเจ้าของรถ 1 คนประกาศแล้วว่า ตัวเขาก็ต้องทำงานหนักเพื่อซื้อรถคันนี้ และต้องการเงินค่าเสียหาย
เด็กหนุ่มกล่าวด้วยว่า เจ้าของเฟอร์รารีกลุ่มนี้ใจดีกับตนและไม่ได้ยืนกรานให้จ่ายเงินชดเชยรวดเดียว แต่ยอมให้ตนผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ โดยเจ้าของรถกลุ่มนี้จะปรึกษาบริษัทประกันของพวกเขาด้วยว่ากรมธรรม์นั้นจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้เท่าใด
ที่เอาเรื่องนี้มาให้อ่าน ให้เห็นถึงความกตัญญูของลูกที่มี และความรักของครอบครัวที่เมื่อเกิดเรื่องแล้วก็ไม่ได้โทษว่าร้ายกัน และความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ และที่สำคัญการทำทานมาน้อย ทำให้ลำบาก ชาตินี้เกิดมาแล้วทำทานเถิด ทำเล็กทำน้อย
Cr ; Admin การบ้าน
***comment****

0 ความคิดเห็น

comment2018

UnderArmour

Ads

Different Themes
Written by admin

ข่าวสาร สาระ ความจริงของชีวิต สะท้อนสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง.....

Press