ค้นหาบล็อกนี้

Page Nav

HIDE

Grid

GRID_STYLE

Hover Effects

TRUE

Gradient Skin

{fbt_classic_header}

Header Ad

//

Update News:

latest

ลุงเตชวัน มณีวรรณวรวุฒิ อดีตสามเณรจุลณี เล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนที่ 5

ลุงเตชวัน มณีวรรณวรวุฒิ อดีตสามเณรจุลณี เล่าเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตอนที่ 5

เรื่องของสมาธินั้นหลวงพ่อท่านจะย้ำอยู่เสมอว่าให้หยุดอยู่ในหยุด นิ่งให้นิ่งอยู่ในนิ่งนะ วิชชาธรรมกายนี้ไม่ใช่วิปัสสนึกนะ นี่วิปัสสนากรรมฐาน ใช้จิต ไม่ได้ใช้ตา คือเราต้องทำจิตให้บริสุทธิ์และขาวสะอาด ถ้าเรามีจิตกังวลอยู่ ดวงนั้นก็จะไม่แจ่ม ไม่แจ้ง แล้วไม่แทงตลอด ข้างในกายเราจะมีกายในกาย เข้าไปเรื่อยๆ ผ่านดวงไปตั้งแต่ปฐมมรรค ดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตต ญาณทัสนะ จนกระทั่งไปเจอ กายธรรม พุทธรัตนะ เกตุดอกบัวตูมใสเป็นเพชร

หลวงพ่อท่านบอกว่า จะทำบุญได้มากก็ต้องอาศัยกายมนุษย์หยาบ มนุษย์ละเอียดเท่านั้น ถ้าเราเป็นกายทิพย์ เราจะทำบุญได้น้อยต้องอาศัยบุญจากคนอื่น ท่านสอนว่าก่อนที่เราจะดับจิต เราจะทำยังไง ตอนจะดับจิตเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ตรงนี้ ท่านจะเน้นว่าอย่าลืมสติเป็นที่สุด หมายถึงสติที่เรามีอยู่ เวลานี้พอใกล้หัวเลี้ยวหัวต่อ จะขาดแหลไม่ขาดแหล่ ท่านจะให้ภาวนาสัมมาอะระหังๆ แล้วให้เอาจิตไปมองอยู่ในดวงธรรม แล้วดวงธรรมจะพาออกไปตามฐานต่างๆ

ผมบวชอยู่วัดปากน้ำพอครบพรรษาแล้วถึงกลางเดือน ๑๒ ก็ลาสึกบวชอยู่แค่พรรษาเดียวเพราะยังเด็ก อดข้าวเย็นไม่ไหว กลัวจะทำผิด แต่แม่ไม่ให้สึกนะ แต่เราไม่เอา พอสึกมาไม่นานตอนอายุ ๑๙ เราต้องฉีดยามะม่วง ฉีดไปมันก็เข้าจมูกไปด้วย แล้วก็ต้องเข็นเรือ ๑๑ ศอก เข็นจากในบ้านไปข้างนอกคนเดียว ตอนเอาเรือลงไม่เท่าไหร่ แต่ตอนเอาเรือขึ้นนี่สิดันสุดแรงเลย วี๊ดเดียว มันก็เป็นลมแล้วชักไป แม่ก็ไม่อยู่บ้าน ทีนี้วิญญาณเราก็ออกจากร่างไป ตอนนั้นเราเข้าร่างไมได้ เหมือนมีอะไรมากั้นอยู่ ออกจากร่างแล้วก็ลงบันไดไป เป็นบันไดไม้ไผ่

ร้องไห้ไปก็เดินไปตามทางสลัวๆ ไม่มืดแต่ก็ไม่สว่าง เดินไปไกล ไม่มีใครเลย เดินไปคนเดียวถึงป่าใหญ่ ป่าใหญ่..โอ้โฮมืดมาก ทีแรกกว่าจะเข้าไปได้ก็กลัวไม่กล้าเข้า หันหลังกลับมาก็ไม่กล้ากลับ กลับไปก็ทำอะไรไมได้ ในใจเราคิดอย่างนั้น จึงมุ่งหน้าเดินต่อไปทั้งๆที่ไม่อยากไป

แต่กลับไม่ได้เพราะไม่มีทางกลับ เหมือนกับว่าพอเดินผ่านมาแล้วทางตันเลย ตอนที่เราเดินมามันไม่ตัน มันโปร่ง แต่ทีนี้พอหันกลับไปมันปิดทางเดินเรามิดเลย มีแต่ทางข้างหน้าให้เดินต่อไป แต่ก็มืดนะ มองเห็นแสงจากใบไม้ ต้นไม่ใหญ่มาก ๑๐ คนโอบยังไม่รอบเลย สูงใหญ่รากก็ยาว เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเห็น

เดินไปสักพักก็เจอแม่น้ำใหญ่ ซึ่งกว้างและยาวมาก มองไม่เห็นฝั่ง เราก็สังเกตจากสิ่งที่ใกล้ตัวเราว่าทำไมหนอ ถึงเป็นอย่างนี้ ทำไมถึงมาตรงนี้ แต่ก็เอ๊ะ!.. เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้แน่ เราต้องข้ามน้ำ แต่น้ำนี่ไกลลิบเลย ปกติแม่น้ำใหญ่ต้องมีริ้วมีคลื่น แต่นี่ไม่มีเลยนิ่งสนิท มองไปในน้ำเห็นถึงดินเลย ปลาก็ว่ายไปมา ปลาตัวใหญ่ๆทั้งนั้น เราก็ก้าวขาจะข้ามไป แต่ก้าวไปได้ขาเดียวเท่านั้น พอก้าวไปปุ๊บก็ได้ยินเสียงเด็กตะโกนก่อนเลยว่า กลับมาก่อนๆ เราก็แปลกใจว่าในป่านี้มีคนอยู่ด้วยหรือ ก็หันไปดู เห็นเด็กมา เด็กพูดว่ากลับมาก่อน ท่านยังไม่หมดเสบียง

แล้วก็เจอกับพระธรรมกายมีเกตุดอกบัวตูมใสเลย พอเจอองค์พระธรรมกาย เจอหลวงพ่อ ท่านก็บอกว่า กลับไปก่อน เพราะเรายังไม่หมดเสบียง ทีนี้เราก็เลยฟื้นขึ้นมา พอกลับมานี่นะหิวแต่น้ำดื่มเอาๆ ตอนที่สลบไป สลบไปถึง ๑ ๔ วันนะ แต่ไม่แข็งและไม่เน่า แต่โลงนะมีแล้ว เขาซื้อมา แต่แม่ไม่ให้ใส่โลง แม่ก็จุดแต่ธูป จุดธูปเป็นกระบุงเลย แม่บอกว่าซื้อธูปที ๒๐๐ บาท แล้วตอนที่เรานอนสลบอยู่นั้น แม่ก็ไปหาหลวงพ่อองค์หนึ่ง ชื่อหลวงพ่อทอง วัดสุน หลวงพ่อองค์นี้ได้เรียนวิชชาธรรมกายมาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ แล้วทีนี้ท่านก็ใช้ให้เด็กไปตามมา มีหลวงพ่อวัดปากน้ำไปด้วย จึงเห็นเด็ก เห็นพระธรรมกาย เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ พระธรรมกายท่านก็เหมือนนั่งอยู่บนแผ่นกลม หลวงพ่อวัดปากน้ำก็อยู่บนแผ่นฌานอันเดียวกับ

พระธรรมกาย รัศมีสว่างมาก โชคดีที่หลวงพ่อไปตามมา ผมถึงอยู่มาได้ทุกวันนี้ ตอนที่เราขาดใจไป เตี่ยก็ช่วยเราไมได้ แม่ก็ช่วยเราไมได้ ได้แต่กอดเราไว้ อุ้มเราไว้ ผมซึ้งใจหลวงพ่อมาก เพราะตอนที่เราไปลาหลวงพ่อสึกออกมาเมื่อครั้งเป็นเณรนั้น ท่านบอกว่า

"เอ็งนี่ต้องสึกว๊ะ ไม่สึกแล้วอยู่ไม่ได้ ถ้ามึงอยู่ได้แล้วมึงสบาย หลวงพ่อต้องห่วง ยังไงพ่อไม่ทิ้งเอ็งแน่ แต่เอ็งอย่าทิ้งพ่อก็แล้วกัน" ท่านพูดอย่างนี้วันที่ลาสึกนะ หลังจากที่เราสลบไปตอนนั้น พอตอนแม่อายุ ๖๐ แม่ก็ป่วย แกเบื่อก็เลยมาบวช ส่วนผมก็ทำงานมากขึ้นก็เลยป่วยอีก แม่จึงไม่ให้ทำงานให้มาอยู่วัดปากน้ำ อายุ ๑๙ ก็มาบวชอีกที ตอนนั้นหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านมรณภาพแล้ว

ตอนมาบวชเนื่องจากเคยได้นักธรรมตรีแล้ว จึงต่อนักธรรมโท นักธรรมเอกเลย แล้วลุงก็มาติดต่อกับหลวงพ่อช่วง เอาผมมาฝากไว้ที่วัดพระเชตุพน ผมก็ชักอีกนะ ชักบ่อย จนกระทั่งมาเรียนธรรมะ มาฟื้นฟูอีกจนอายุ ๒๑ หลังจากบวชเณรมา ๓ พรรษา ก็บวชเป็นพระอีก ๔ พรรษา ชักอยู่จนถึงอายุ ๓๒ ปีก็หายขาด

แล้วที่หลวงพ่อบอกว่าจะไม่ทิ้งเราก็ไม่ทิ้งเราจริงๆ นะ เพราะจนอายุ ๔๙ แล้วผมก็ยังป่วยอีก ก็เลยรู้ว่าสิ่งที่หลวงพ่อพูดเป็นเรื่องจริง ท่านมาแต่ไม่ได้มาเป่าอะไรให้ หลวงพ่อท่านมาให้เห็นเป็นรัศมีที่ศูนย์กลางกาย ทำให้เราชื่นใจ ท่านมาบ่อย ตอนจะชักก็ไม่ชัก พอท่านมาก็หาย ช่วงก่อนเคยไปชักในรถ แต่พอช่วงหลังเห็นแสงก็หาย ตอนหลังหายจากโรคนี้เลย พอเราหายดีแล้ว หลวงพ่อท่านก็หายไป ส่วนเรื่องการมีครอบครัว หลวงพ่อท่านเคยพูดไว้ว่า ผมจะไม่ได้มีเมียคนเดียว ต้องมี ๓ คน หรือไม่ก็ ๕ คน ทุกวันนี้ผมก็มี ๓ คนแล้ว เรื่องผู้หญิงต้องเจอเพราะต้องใช้กรรม ปกติแล้วหลวงพ่อท่านจะไม่พูดเรื่องอย่างนี้เท่าไหร่ แต่จะให้เราปฏิบัติ หลวพ่อท่านจึงเมตตาสั่งสอนให้

นี้คือเรื่องราวบางช่วงของชีวิตสามเณรจุลณี เณรน้อย ซึ่งมีโอกาสได้เรียนและได้รับการถ่ายทอดวิชชาธรรมกายจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ และเป็นพยานเอกคนสำคัญ ยืนยันถึงทายาทที่จะสืบทอดวิชชาธรรมกายให้คงอยู่ต่อไป

Cr : สิงหล เพจบุคคลยุคต้นวิชชา

ไม่มีความคิดเห็น